ปณิธาน....เพื่อสืบสานแนวพระราชดำริ

ทำ“มะพร้าวคุณภาพ” รายได้เพิ่มขึ้นเท่าตัว

อ่าน : 294

ชาวบ้านแป้น จังหวัดปัตตานี รวมกลุ่มทำมะพร้าวคุณภาพ ส่งขายพ่อค้ากะทิคั้นสดในพื้นที่ ตั้งเป้าผลิต 400,000 ลูก ในปีนี้

 

นายทัณฑวัต พุทธวงค์ หัวหน้างานพื้นที่ต้นแบบจังหวัดชายแดนใต้ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมหลังพระฯ กล่าวว่าการปลูกมะพร้าว เป็นอาชีพหลักของเกษตรกรในพื้นที่ ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี แต่จากการลงไปทำงานในพื้นที่พบว่าชาวบ้านขายได้ราคาถูก ผลผลิตไม่ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ ปิดทองหลังพระฯ จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงชักชวนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกร สร้างเครือข่ายกลุ่มมะพร้าวคุณภาพ ซึ่งในปีนี้ผลตอบดีรับเกินคาด มีเกษตรกรให้ความสนใจเข้าร่วมกลุ่มเป็นจำนวนมาก จาก 11 ราย ขยายสู่ 121 ราย ในพื้นที่ 4 หมู่บ้าน จำนวนมะพร้าว 12,084 ต้น ปัจจุบันกลุ่มร่วมกันแต่งตั้งคณะกรรมการกลุ่ม 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการส่งเสริมการผลิตมะพร้าวคุณภาพ ด้านการบริหารจัดการแหล่งรวบรวมและกระจายผลผลิต และด้านการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เปิดรับซื้อผลผลิตของสมาชิกผ่านแหล่งรวบรวมของชุมชน ขายส่งตลาดและพ่อค้ากะทิคั้นสด ราคา 12-15 บาท/ลูก สัปดาห์ละ 3000 ลูก ตั้งเป้าผลิตมะพร้าวคุณภาพเบอร์ศูนย์ 400,000 ลูกภายใน3ปี

 

เดิมพ่อค้าคนกลางรับซื้อจากชาวบ้านลูกละ 7-8 บาท ส่วนกลุ่มรับซื้อลูกละ 10 บาท และขายให้พ่อค้า 12 บาท ถ้าปอกเปลือก 12.50 บาท หากส่งในระยะไกลก็ตกลูกละ 15 บาท พ่อค้าส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ไม่มีมะพร้าว เช่นอำเภอรือเสาะ ศรีสาครและพ่อค้าจากในเมือง กลุ่มเน้นขายเป็นลูกอย่างเดียว วันก่อนขายให้รือเสาะ 500 ลูกๆละ 15 บาทหัวหน้างานพื้นที่ต้นแบบจังหวัดชายแดนใต้ กล่าว

 

นายประสพสุข ทองอินทร์ ประธานกลุ่มเกษตรกรมะพร้าวแกงพื้นบ้าน กล่าวว่า เดิมทีมะพร้าวแกงในพื้นที่ ชาวบ้านปล่อยตามธรรมชาติ นานๆ จะใส่ปุ๋ย พอเข้าร่วมโครงการแล้ว ปิดทองหลังพระฯ เข้ามาสนับสนุนกองปัจจัยการผลิต มีโอกาสไปศึกษาดูงาน สร้างเครือข่ายองค์ความรู้ เพื่อผลิตมะพร้าวให้ได้คุณภาพโดยเทคนิคการผลิตนั้น หัวใจสำคัญคือการใส่ปุ๋ย เพราะการบำรุงด้วยปุ๋ยจะทำให้ มะพร้าว ได้ผลดี ลูกใหญ่ แนะนำใส่ปีละ 2 ครั้ง ช่วงต้นฝนและปลายฝน ซึ่งหลังจากปลูกมะพร้าวได้ 1 ปี ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือมูลสัตว์เพื่อช่วยในการปรับปรุงดินให้มีคุณภาพและใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 13-13-21 หรือ 12-12-24 โดย ใส่ 1 กิโลกรัมต่อต้น ร่วมกับแมกนีเซียมซัลเฟต 200 กรัมต่อต้น จากนั้นเมื่อมะพร้าว อายุ 2 ปี ให้ใส่ปุ๋ยในลักษณะเดิม แต่ปริมาณปุ๋ยเคมีให้เพิ่มอีก  2 กิโลกรัมต่อต้น ขณะที่แมกนีเซียมซัลเฟตเพิ่ม 100 กรัมต่อต้นเท่านั้น ซึ่งมะพร้าวอายุ 2 ปีนั้น จะต้องใส่โดโลไมท์1 กิโลกรัมต่อต้น ในปริมาณ  1 กิโลกรัมต่อต้น ร่วมด้วย

สำหรับมะพร้าวที่มีอายุมากขึ้น อายุ 3 ปี ให้ใส่ปุ๋ยเคมี 3 กิโลกรัมต่อต้น แมกนีเซียมซัลเฟต 400 กรัมต่อต้น และโดโลไมท์ จำนวน 2 กิโลกรัมต่อต้น ส่วนมะพร้าว อายุ 4 ปี ให้ใส่ปุ๋ยเคมี 4 กิโลกรัมต่อต้น แมกนีเซียมซัลเฟต 500กรัมต่อต้น และโดโลไมท์ 2 กิโลกรัมต่อต้น ตามลำดับ อย่างไรก็ดีการใส่นั้นให้ทำโดยการขุดหลุมรอบตามรัศมีใบแล้วหว่านรอบทรงต้นและทั้งนี้ควรใส่กลีเซอไรด์หรือเกลือแกงให้มะพร้าว 1 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี เพื่อเพิ่มคลอไรด์ ช่วยให้มะพร้าวมีเนื้อหนา

นอกจากนี้ การจัดการศัตรูมะพร้าวให้ได้ผลดีและไม่ให้กลับมาระบาดใหม่ แนะนำควรใช้วิธีการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวแบบผสมผสานตั้งแต่ 2 วิธีขึ้นไปมาร่วมใช้ร่วมกัน เพื่อลดปริมาณศัตรูมะพร้าวให้อยู่ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดควาเสียหาย ได้แก่ วิธีเขตกรรม คือการทำความสะอาดบริเวณสวน วิธีกล คือ การตัดทางใบเผา เก็บหนอนมาทำลาย และวิธีชีววิธี ด้วยการใช้เชื้อราเมตาไรเซี่ม ปล่อยแตนเบียน และใช้สารเคมีฉีดเข้าลำต้น หรือพ่นทางใบ เป็นต้น

ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนั้นเป็นการดูแลเพื่อให้มะพร้าวนั้นมีคุณภาพ สามารถนำไปต่อรองกับพ่อค้าคนกลาง ทุกวันนี้ชีวิตเกษตรกรสวนมะพร้าวดีขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงานต่างๆ ไม่ทอดทิ้งเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุนต่อเนื่อง มีแหล่งรับซื้อที่แน่นอน เกิดการจ้างงาน เกิดรายได้จากทุกส่วนของมะพร้าวที่เป็นวัสดุเหลือใช้ ส่วนตัวมองว่าจุดเด่นที่ทำให้เกษตรกรสนใจรวมกลุ่มจำนวนมาก เพราะเกษตรกรศรัทธากับปิดทองหลังพระฯ เกษตรกรมั่นใจขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนและเป็นตัวอย่างในการขยายผลต่อไป

นายระมุน สีแดง พ่อค้ารับซื้อมะพร้าวในพื้นที่ เปิดเผยว่า มะพร้าวที่รับซื้อตอนนี้มี 4 เกรด โดยมะพร้าวที่มีคุณภาพเป็นที่นิยมของโรงงานกะทิกล่อง คือมะพร้าวลูกใหญ่เบอร์ 0 และเบอร์ 1 ซึ่งมะพร้าวของกลุ่มในโครงการปิดทองหลังพระฯ ส่วนใหญ่ตรงกับความต้องการของตลาด ตอบโจทย์คำว่ามะพร้าวคุณภาพ ซึ่งแม้กลุ่มเพิ่งเริ่มเปิดขายได้ไม่นาน แต่ระยะนี้ก็มารับซื้อกับกลุ่มต่อเนื่อง สูงสุดสัปดาห์ 1,500 ลูก มั่นใจได้มะพร้าวคุณภาพ คุ้มค่าน้ำมันรถไปรับซื้อแน่นอน

ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายน 63 กลุ่มจะเริ่มเปิดรับซื้อผลผลิตของสมาชิกผ่านแหล่งรวบรวมของชุมชนอย่างเป็นทางการ เพื่อแก้ไขปัญหาถูกกดราคาและกลุ่มมีเป้าหมายเพิ่มผลผลิตจากเดิม 30-40 ลูกต่อต้นต่อปี เป็น 60 ลูกต่อต้นต่อปี พร้อมขานรับนโยบายจังหวัด เร่งส่งเสริมการพัฒนาสวนมะพร้าวและการทำเกษตรผสมผสานควบคู่ไปด้วย อาทิ เลี้ยงไก่ วัว ฯลฯ  ในสวนมะพร้าว เพื่อใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวพระราชดำริ และตั้งใจนำร่องส่งมะพร้าวในกลุ่ม ให้บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายไอศกรีมระดับพรีเมียม ทดลองแปรรูปมะพร้าวจากกลุ่ม

 

สามารถสอบถามการผลิตมะพร้าวคุณภาพ เพิ่มเติมได้ที่ 097-920-7727 นายทัณฑวัต พุทธวงค์ หัวหน้างานพื้นที่ต้นแบบ