โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่าน ตามแนวพระราชดำริ

ความเป็นมา

มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เริ่มต้นแปรแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริมาสู่การปฏิบัติ ด้วยโครงการบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ต้นแบบปิดทองหลังพระฯ พื้นที่แรก เนื่องจาก “น่าน” เป็นพื้นที่ซึ่งมีความสำคัญยิ่งในเชิงภูมิศาสตร์ เพราะเป็นต้นน้ำน่าน หัวใจสำคัญของระบบน้ำในประเทศไทย (ร้อยละ ๔๕ ของแม่น้ำเจ้าพระยา) แต่ “น่าน” ต้องเผชิญกับปัญหารุกเร้ารุนแรง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องมานานหลายปี จากการที่ป่าต้นน้ำน่านถูกบุกรุกแผ้วถางเผาทำลายเพื่อการเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยสาเหตุจากความยากจนและการขาดโอกาส

      เป็นที่มาของอากาศเสียเพราะหมอกควันจากการเผาเตรียมพื้นที่การเกษตร น้ำปนเปื้อนและดินเสื่อมด้วยสารตกค้าง จากการใช้เคมีการเกษตรเข้มข้น สุขภาพเสื่อมโทรมด้วยสารพิษในเลือดสูงกว่าระดับปกติธรรมดา และแนวลุ่มน้ำเกิดอุทกภัยรุนแรงซ้ำซาก
      พื้นที่จังหวัดน่าน ๗,๑๗๐,๐๗๕ ไร่ ทำการเกษตรได้เพียง ๑,๐๙๐,๒๙๔ไร่ หรือร้อยละ ๑๕.๒๐ ทำให้ชาวน่านต้อง ซื้ออาหารจากภายนอกถึงปีละ ๑,๒๘๖ ล้านบาท

     ปัญหาที่สั่งสมเหล่านี้ทำให้คนน่านมีรายจ่ายสูงกว่ารายรับ มีหนี้สินสูงถึง ๑๒๗,๕๒๔ บาทต่อครัวเรือน และทำให้ “น่าน” เป็นจังหวัดที่มีภาวะความยากจนสูง มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรต่ำเป็นลำดับที่ ๓ ของประเทศ สัดส่วนคนจน สูงถึงร้อยละ ๒๐ ของประชากรในจังหวัด เป็นลำดับที่ ๒ ของภาคเหนือ และลำดับที่ ๓ ของประเทศ

     แต่จังหวัดน่านมีเครือข่ายชุมชน ภาคประชาสังคมที่เข้มแข็งร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาหลายด้าน ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีข้อมูลเป็นระบบเพียงพอที่จะช่วยให้แก้ไขปัญหาเชิงระบบได้

      ด้วยเหตุผลดังกล่าว ปิดทองหลังพระฯ จึงเลือกจังหวัดน่านเป็นพื้นที่นำร่อง และเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๒ เป็นต้นมา