โครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนอ่างเก็บน้ำห้วยคล้าย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุดรธานี

ความเป็นมา

อ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ๒๕๕๑ มีขนาดความจุเก็บกักน้ำ ๖๙๒,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร เป็นตัวอย่างหนึ่งในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำรินับพันแห่ง ที่เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ กลับไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากไม่มีระบบส่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำ


ราษฎรในพื้นที่บ้านโคกล่าม หมู่ที่ ๓ และบ้านแสงอร่าม หมู่ที่ ๑๑ ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ รวม ๒๕๘ ครัวเรือน ๑,๔๒๖ คน จึงขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตรและอุปโภคบริโภค แม้แต่การสูบน้ำเข้าพื้นที่แปลงก็ใช้ได้ในพื้นที่เพียง ๒๐๐ ไร่ ผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เช่น ข้าว เฉลี่ยได้เพียง

๓๕๐ กิโลกรัมต่อไร่ และไม่มีรายได้จากทั้งพืชก่อนนาและหลังนา ทำให้เกิดปัญหาหนี้สิน จนกระทั่งแรงงานภาคเกษตร ต้องเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ไปทำงานรับจ้างในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก การสำรวจข้อมูลเศรษฐกิจสังคมพบว่า ชาวบ้านแสงอร่ามส่วนใหญ่ทำนา ปลูกมันสำปะหลังและยางพารา มีรายได้ รวม ๙,๖๖๗,๔๒๐ บาทต่อปี หรือเฉลี่ยหลังคาเรือนละ ๑๐๐,๗๐๒ บาทต่อปี มีหนี้สินรวม ๖,๒๒๒,๖๐๐ บาท ส่วนชาวบ้านโคกล่ามมีรายได้รวม ๗,๖๙๘,๘๑๕ บาทต่อปี หรือเฉลี่ยหลังคาเรือนละ ๗๖,๙๘๘ บาทต่อปี มีหนี้สิน รวม ๑๑,๒๑๑,๙๔๐ บาท เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร มูลนิธิชัยพัฒนาจึงเสนอต่อปิดทองหลังพระฯ ให้พิจารณาโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายฯ เป็นพื้นที่ขยายผลปิดทองหลังพระฯ หลังการดำเนินการที่จังหวัดน่านเป็นเวลา ๑ ปี ๙ เดือน เห็นผลความสำเร็จในระดับที่ชุมชนในพื้นที่สามารถอยู่รอดได้อย่างพอเพียง คณะกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ มีมติเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓ เห็นชอบการดำเนินงานในพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นพื้นที่ต้นแบบปิดทองหลังพระฯ ที่จะบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานสืบสานแนวพระราชดำริ หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบัน การศึกษา และภาคเอกชน ในรูปแบบใหม่ คือ ทำเล็ก ประหยัด เกิดการขยายผลเร็วในวงกว้างและได้ประโยชน์สูงสุด และมุ่งเน้นการต่อยอดต้นทุนมนุษย์ หรือทุนสังคม และทุนสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่แต่เดิมในพื้นที่