สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ จับมือกับส่วนราชการและภาคเอกชน เดินหน้าพัฒนาเกษตรกรสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

  

สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมกับ บริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินงานเชิงรุกผ่าน 3 กิจกรรมหลัก เพื่อยกระดับศักยภาพเกษตรกรสู่การพึ่งพาตนเอง และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

 

โดยมีการประชุมบูรณาการความร่วมมือโครงการ "ข้าวยั่งยืน" (Sustainable Rice Platform : SRP) ซึ่งเป็นการเพาะปลูกข้าวคาร์บอนต่ำแบบครบวงจร ณ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับหน่วยงานภาคี ได้แก่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สถานีพัฒนาที่ดิน ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว บริษัทสยามคูโบต้า บริษัท Listenfield และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) โดยมีการสรุปผลการดำเนินงานประจำปี 2568 และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2569–2571 มุ่งเน้นการเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองของเกษตรกรในทุกมิติ ตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงตลาดรับซื้อผลผลิต พร้อมบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น การปรับระดับพื้นที่แปลงนาด้วยเลเซอร์ การตรวจวิเคราะห์ดินก่อนการเพาะปลูก การให้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การบริหารจัดการน้ำโดยปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง การปรับวิธีการจากนาหว่านเป็นนาดำโดยเครื่องจักรแบบอัตโนมัติ ช่วยลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มปริมาณผลผลิตข้าวที่สูงขึ้น การผลิตตามมาตรฐาน GAP มีตลาดรับซื้อที่แน่นอน และจัดการหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ปลอดการเผาเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีความแม่นยำ

 

การถ่ายทอดเทคโนโลยี Farm AI ของบริษัท Listenfield สู่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย คือการเปลี่ยนผ่านวิถีเกษตรแบบดั้งเดิมสู่ "เกษตรแม่นยำ" (Precision Agriculture) ผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงข้อมูลและการวิเคราะห์ขั้นสูงมาใช้บริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมดินจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยเน้นให้เกษตรกรตัดสินใจได้อย่างแม่นยำด้วยข้อมูล (Data-Driven) ทั้งการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อติดตามสุขภาพพืชและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด การใช้พยากรณ์อากาศระดับแปลงเพื่อวางแผนการใส่ปุ๋ยและสารเคมีอย่างคุ้มค่า ตลอดจนการบันทึกกิจกรรมในแปลงแบบดิจิทัลเพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการรับรองมาตรฐานการผลิตและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้มุ่งเป้าไปที่การลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต และสร้างระบบฟาร์มที่ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้มีเป้าหมายเตรียมนำระบบดังกล่าวมาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลการผลิตของเกษตรกรจำนวน 739 ราย ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 5,680 ไร่

 

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามความคืบหน้าแปลงสาธิตการปลูกข้าวตามมาตรฐาน SRP ในฤดูนาปรัง ในพื้นที่ 4 แปลง รวม 13 ไร่ ซึ่งเป็นแปลงต้นแบบเพื่อเรียนรู้และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป โดยมีการนำนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ในการปักดำด้วยรถดำนา ซึ่งสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 วัน ช่วยลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และช่วยทำให้เพิ่มปริมาณผลผลิตข้าวที่สูงขึ้น ได้รับการสนับสนุนดำเนินการจากบริษัทสยามคูโบต้าฯ สำหรับขั้นตอนถัดไป จะมีการติดตามระดับน้ำในแปลงนา และร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดิน นำเกษตรกรผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อเตรียมใส่ปุ๋ยรอบแรกในช่วง 7–10 วันหลังการปักดำ

  

 การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรกรรมไทยอย่างเป็นระบบ ใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ควบคู่กับแนวคิดการพึ่งพาตนเอง เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรในระยะยาว


#มูลนิธิปิดทองหลังพระ

ข่าวอื่นๆ

น่าน

น่าน

อุดรธานี

อุดรธานี

กาฬสินธุ์

กาฬสินธุ์

เพชรบุรี

เพชรบุรี

อุทัยธานี

อุทัยธานี

ขอนแก่น

ขอนแก่น

3 จังหวัด
ชายแดนใต้

3 จังหวัดชายแดนใต้

3 จังหวัด
ชายแดนเหนือ

3 จังหวัดชายแดนเหนือ