เมื่อวันที่ 21 มกราคม นายกฤษฎา บุญราช ประธานสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ได้นำคณะทำงาน มี นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองประธานกรรมการฯ นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ และคณะที่ปรึกษา ติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินโครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริในวาระการเทิดพระเกียรติ 100 ปีชาตกาล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่บ้านโป่งลึก บ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้พบปะชาวบ้าน ผู้นำชุมชน หน่วยงานราชการ โดยมีนายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ พร้อมได้รับฟังความก้าวหน้า ปัญหา และอุปสรรค รวมทั้งข้อเสนอแนะ
โดยสืบสานแนวพระราชดำริ “บ้านเล็ก ในป่าใหญ่” มุ่งให้คนและป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนโดยอนุรักษ์ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่พัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมอาชีพที่เหมาะกับพื้นที่ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
นายสุธี ต้นน้ำเพชร ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ “ปิดทองหลังพระ ” เข้ามาพัฒนา ได้จัดการปัญหาเรื่องน้ำ ,ที่ดิน และการประกอบอาชีพชาวบ้าน ร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง การแก้ปัญหาน้ำ ได้พัฒนาระบบสูบน้ำไมโครกริดใช้สูบน้ำเพื่อทำการเกษตร,พัฒนาดินที่ขาดธาตุอาหาร จากเดิมปลูกข้าวแต่ผลผลิตไม่ได้ตามเป้าหมาย เพราะเป็นดินลูกรังไม่อุ้มน้ำ จึงได้ปรับเป็นเป็นการปลูกพืชอื่นเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนแทนข้าว ได้แก่กล้วยน้ำว้า ,ทุเรียน ,มะนาวและกาแฟ ปรากฏว่ามีตลาดรองรับ และทำการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีล่องแพ เดินป่าและกางเต็นท์ ในด้านสิ่งแวดล้อมมีระบบกำจัดขยะ และการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในครัวเรือน
นายนิรันดร์ พงศ์เทพ รองนายกอบต. ตำบลห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรีสะท้อนว่า อยากให้มีการทำระบบน้ำประปาภูเขามีความเสถียรเป็นระบบรวมกัน และมีการขุดสระน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอในหน้าแล้ง
รศ.ดร.พัชรศักดิ์ อาลัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.)เพชรบุรี กล่าวว่า มรภ.มีองค์ความรู้เรื่องเกษตรอาหาร ,การก่อสร้างฝายหินทิ้ง มีคณะวิศวกรรมศาสตร์ออกแบบให้ได้ แนะนำให้ส่งเสริมปลูกมะละกอ ส่วนคุณภาพชีวิตจะร่วมกันส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ การดูแลสุขภาพประชาชนมีคณะพยาบาล และสามารถให้ความรู้การสร้างชุมชนคาร์บอนต่ำ รวมทั้งการเผาแบบไม่มีควัน การทำทรายแมว ซึ่งปัจจุบันคนไม่มีลูก นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแทนสร้างรายได้
นายกฤษฎา บุญราช กล่าวว่า คุณภาพชีวิตคน บ้านโป่งลึกและบ้านบางกลอย ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับก่อนปี 2555 มีโรงเรียนตชด. สถานีอนามัย และมีที่ทำกิน หลังจาก “ปิดทองหลังพระ” ได้พัฒนาแหล่งน้ำ การปลูกพืช รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว และอาชีพ โดยในส่วนการส่งเสริมปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทอผ้า ทางสถาบัน จะประสานกับอธิบดีกรมหม่อนไหมส่งเจ้าหน้าที่จากกาญจนบุรีมาให้การอบรม
อยากให้ทางจังหวัดช่วยเหลือเขียนกติกาหรือธรรมนูญประจำหมู่บ้านให้กับคนในพื้นที่ปฏิบัติร่วมกัน เช่น ต้องรักษาสภาพเดิมของป่า ไม่บุกรุกเพิ่มและไม่เอาคนข้างนอกมาตั้งถิ่นฐานเพิ่ม ถ้าผิดกติกาก็อาจจะมีค่าปรับหรือไม่หาคนรับมาซื้อผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น
จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่ และฟังการบรรยายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์, การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้า,กาแฟโรบัสต้า โป่งลึก บางกลอย ซึ่งเป็น เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของที่นี่ และ การปลูกทุเรียนอินทรีย์ ที่สร้างรายได้สูง 2.3 ล้านบาทในปี2568 ให้เกษตรกร 63 ราย มีการใช้สารอินทรีย์ “เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี” เพื่อแก้ปัญหาโรครากเน่าและโคนเน่าในทุเรียนโดยเห็ดนี้คล้ายเห็ดนางรมแต่จัดเป็นเห็ดพิษ ค้นพบครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2544 ในพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชที่อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ต่อมาเมื่อปี 2559 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อเห็ดเรืองแสงชนิดนี้ว่า “เห็ดสิรินรัศมี”
19 ก.ค. 66
10 ต.ค. 65
26 ก.ย. 65